ก้าวย่างของความหมาย…ความซื่อสัตย์และหน้าที่
ชีวิตครูกฎหมายผู้ครองตนเป็นคนดี
ให้ความรู้แก่ศิษย์และแก่สังคมตลอดชีวิต
ท่านทำหน้าที่ที่ได้รับด้วยความซื้อสัตย์และด้วยใจเป็นธรรม
ศิษย์ทั้งหลายขอทำความดีและเป็นคนดีเพื่อครูที่รักยิ่ง
13 มกราคม 2554 วันครบรอบวันคล้ายวันเกิดท่านอาจารย์
วันคล้ายวันเกิดท่านอาจารย์คนึง ได้เวียนมาบรรจบครบอีกวาระหนึ่งแล้วนะคะ นับไปนับมาอายุงานที่หนูมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับท่านอาจารย์ก็จะเข้าสุ่เบญจเพศแล้วคะ ถึงแม้ปีนี้จะรู้สึกว่าท่านอาจารย์อายุมากแล้ว แต่ท่านอาจารย์ก็ยังทำงานมากตามปกติ มาปีนี้ท่านอาจารย์มักจะบ่นอยู่เสมอว่า “ยิ่งอายุมากงานยิ่งเยอะ” ถึงแม้ท่านอาจารย์จะบ่น แต่น้ำเสียงของท่านอาจารย์ก็บ่งบอกว่าท่านอาจารย์มีความสุขกับการทำงานจริง ๆ
ท้ายนี้ขอสิ่งศักดิสิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ขอจงได้โปรดอำนวยพรให้ท่านอาจารย์ประสพแต่ความสุข ความสบายใจ ไร้โรคา ด้วยค่ะ
นภา วิรัชสกุล
สุดท้ายขอเป็นอาจารย์สอนศิษย์
จากหนังสือ “ครูของคนดี” ตอนที่ 11
อาจารย์เป็นนักกฎหมายมาแทบจะทุกหน้าที่แล้ว เริ่มตั้งแต่เป็นอัยการ เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่นแรก รุ่นอาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร แล้วก็ได้ทุนอัยการ ซึ่งก็โชคดี สอบได้ทั้งสองอย่าง สอบไปนอกได้ที่หนึ่ง ตอนที่เป็นอัยการอาจารย์ก็พอใจแล้ว ก็ตั้งอกตั้งใจทำงานทางด้านอัยการไป ก่อนที่จะไปอังกฤษ อยู่ที่แพร่สิบปี
พอไปอังกฤษกลับมา อธิบดีเล็ก จุลนานนท์ ก็สนับสนุนให้ทำงานสำคัญ ๆ คนเขาก็เขม่น ทั้ง ๆ ที่เขาอาวุโสกว่า วันที่ 1 ตุลาคม 2516 จอมพลประพาสปฏิวัติตัวเองในยุคนั้น มีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยท่านหนึ่งชื่อ มาลัย หุวานันท์ เป็นอาจารย์และนักวิชาการ เป็นผู้ก่อตั้งนิด้า ครั้งหนึ่งก็บอกว่า เอ..กระทรวงมหาดไทยไม่ค่อยมีนักกฎหมายมาสังสรรค์ด้วย รองจัดขึ้นสัก section หนึ่ง เชิญนักกฎหมายจากอัยการสักคนมาพูดเรื่องทั่ว ๆ ไปให้ฟัง ก็มีหนังสือไปที่กรมอัยการ กรมอัยการก็เลือกอาจารย์มา สังสรรค์กับพวกนี้ ก็พบกับอาสา เมฆสุวรรณ อเนก สิทธิประสาท ก็เริ่มรู้จักกันรวมทั้งอาจารย์มาลัยด้วย ก็ไปอยู่กับคณะปฏิวัติที่สนามเสือป่า อยู่ปีหนึ่ง
เลิกปฏิวัติเราก็กลับไปอัยการ พอไม่เท่าไหร่เขาก็ตั้งรัฐบาลพลเรือนขึ้นมา แล้วก็หัวหน้าคณะปฏิวัติก็เป็นนายกฯ รองหัวหน้าคณะปฏิวัติก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย [...]
ผงาดอีกครั้งในฐานะทนายความ
จากหนังสือ “ครูของคนดี” ตอนที่ 10
อาจารย์คนึงเชื่อว่าชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า สิ่งที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ชีวิตให้บทเรียนให้เดินต่อไป ทำหน้าที่ที่ชีวิตได้รับ อาจารย์คนึงไม่ใช่คนประเภทที่อาลัยอดีตและตั้งความหวังมากมายกับสิ่งที่ยังมองไม่เห็น แต่ก้าวเดินไปตามทางที่ชีวิตลิขิตเอง และ ณ ปี พ.ศ.2520 เมื่อพ้นจากหน้าที่ทั้งทางราชการประจำและราชการการเมืองแล้ว อาจารย์เดินหน้าสู่โอกาสที่มีคนหยิบยื่นให้ในฐานะ “ทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย” และคดีแรกๆ ที่สร้างชื่อเสียงให้อาจารย์ในฐานะทนายความคือ คดีโรงพิมพ์ส่วนท้องถิ่น เป็นคดีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในวงการราชการในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2523-2525 โดยมีการจับกุมและดำเนินคดีข้าราชการของกระทรวงตั้งแต่ชั้นผู้อำนวยการกองจนถึงระดับสูงที่สุดของข้าราชการประจำคือ ชั้นปลัดกระทรวง รวมข้าราชการที่ถูกดำเนินคดีในครั้งนั้นจำนวนทั้งสิ้น 16 คน (อ่านบทความพิเศษที่เกี่ยวข้องกับคดีในภาคพิเศษ)
“จากบทเรียนที่ได้รับ อาจารย์ก็เลยมาทางด้านเอกชน ตอนนั้นคุณไวย วัฒนกุล ดร.ปราโมทย์ นาครธรรพ์ เขาตั้งสำนักงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ อออฟฟิศ ที่สีลมก่อน เขาเป็นคนกว้างขวาง เขาบอกอาจารย์ว่า เขาตั้งสำนักงานไว้แล้ว แต่ไม่มีนักกฎหมายอาวุโสของไทยอยู่ เขาประสงค์จะให้เป็นสำนักงานกฎหมายของAsian ซึ่งมีเพื่อนนักกฎหมายเป็นชาวมาเลเซีย ที่อินโดนีเซีย ที่ฟิลิปปินส์แล้ว ได้พูดกันรู้เรื่องแล้ว ที่เมืองไทยกำลังหานักกฎหมายอยู่ ก็บอกว่าอาจารย์คนึงมานั่งที่นี่ได้มั้ย ตอนนั้นไม่มีอะไรก็เอา ก็ไปนั่ง งาน Asianไม่มา งานโรงพิมพ์ท้องถิ่นมา (หัวเราะ) เป็นคดีที่ใหญ่ และเป็นคดีเดียวที่ทำให้อาจารย์ตั้งใจตั้งสำนักงานเป็นของตัวเองขึ้นมา
สำหรับเรื่องคดีโรงพิมพ์ส่วนท้องถิ่นในปี 2523 [...]
การเมืองทำพิษ
จากหนังสือ “ครูของคนดี” ตอนที่ 9
ตอนที่อาจารย์เป็นรัฐมนตรี เพราะอาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียรมาชวน หลัเหตุการณ์ง 6 ตุลา ตอนอาจารย์อยู่อัยการปี 2516 วันที่ 1 ตุลาคม ได้รับคำสั่ง ได้รับตำแหน่งให้มาเป็น ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกรมใหม่ที่ตั้งขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาลขณะนั้นคือ จอมพลถนอม กิตติขจรและ จอมพลประภาส จารุเสถียร อยู่มหาดไทย แล้วก็มี อาจารย์มาลัย หุวานันท์ เป็นรองปลัดกระทรวงในขณะนั้น ตอนปฏิวัติช่วงนั้น มีการตั้งกองบัญชาการที่สนามเสือป่า ซึ่งอาจารย์มาลัย เคยได้ยินชื่อเสียงของอาจารย์ ตอนที่อาจารย์ได้รับเชิญให้ไปบรรยายที่กระทรวงมหาดไทย อาจารย์มาลัยจึงได้เชิญชวนให้อธิบดี รองอธิบดีทั้งหลายมาเข้ารับการอบรม ซึ่งอาจารย์ได้บรรยายทางด้านกฎหมายให้ฟัง อาจารย์มาลัยก็ชอบใจมาก ท่านบอกว่า อยากได้คนอย่างนี้ ไปทำงานที่มหาดไทย ซึ่งอาจารย์เองไม่ได้ยุ่งเลย ไม่ได้คิดอยากจะไป คิดแต่จะทำงานด้านวิชาการที่อัยการอย่างเดียว โดยโอกาสของอาจารย์อย่างมากก็ได้เป็นแค่รองอธิบดี เพราะคนที่เกิดปีเดียวกัน มีอาวุโสมากกว่าอาจารย์ อาจารย์ก็คิดแค่นั้น ทำงานอย่างที่เราพอใจ และนำความรู้ที่ได้จากต่างประเทศ มาใช้ให้ได้อย่างเต็มที่
อาจารย์มาลัยท่านเป็นนักวิชาการ ท่านก็ระดมนักวิชาการทั้งหลาย เช่น ดร.วิญญู อังคณารักษ์ [...]
สู่เส้นทางนักวิชาการและอาจารย์กฎหมาย
จากหนังสือ “ครูของคนดี” ตอนที่ 8
พอกลับมาเมืองไทย ผู้ใหญ่เขาก็รับรอง เพราะว่าทำชื่อทำเสียงให้กับทางกรมนานเต็มที่แล้วที่กรมอัยการ ไม่มีอัยการที่จบจากอังกฤษ ก็มีการฉลองกันยกใหญ่ คือ เขาก็ดีอกดีใจกัน เขาก็ให้เกียรติ คือ เงินเดือนที่ค้างอยู่เจ็ดปี เขาเพิ่มให้เลยเจ็ดขั้น ตำแหน่งหน้าที่ก็ดี อธิบดีคนแรกเขาบอกว่า คุณอยากอยู่ที่ไหนหล่ะ ให้เลือก อาจารย์ก็บอกว่า ผมเรียนมามาก อยากเอาความรู้ให้พวกเรารุ่นหลัง ๆ บ้าง ก็อยู่กองวิชาการ กรมอัยการ ก็ทำหน้าที่ค้นคว้าหลักกฎหมาย วิเคราะห์หลักกฎหมายต่าง ๆ แล้วก็ไปสนทนาอภิปราย งานวิชาการ เขาจะมีประชุม พอตอนที่อาจารย์กลับมา เขาจะมีประชุมวิชาการประจำเดือนทุกเดือน โดยเชิญผู้ที่มีความรู้เข้ามาบรรยาย ให้พวกอัยการทั่วไป อาจารย์ก็ได้รับเชิญไปบรรยายสองครั้ง หลังจากที่กลับมาจากต่างประเทศ จำได้พูดครั้งแรกเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดน แล้วก็เป็นที่พอใจ เพราะว่าตอนนั้น ไม่ค่อยมีคนรู้ ซึ่งตอนนั้นมี พรบ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว ซึ่งตอนนั้น ไทยทำสนธิสัญญากับสามประเทศ ก็มี อังกฤษ เบลเยี่ยม แล้วก็อเมริกา แล้วจึงได้มีการออก พรบ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ขึ้นมา เพื่อรับกับสนธิสัญญาดังกล่าว ก็อาจารย์เรียนตำรามาจากอังกฤษ ก็พอเข้าใจ [...]
ความรักฤาความรู้ จากไทยสู่อังกฤษ
จากหนังสือ “ครูของคนดี” ตอนที่ 7
“อย่างที่เล่ามา ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนนั้นมีครอบครัวลูกก็สองคนแล้ว พอเพื่อนซึ่งเป็นจ่าศาลเขาชวนมาสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา ก็สอบเพราจะได้มีเงินมาจุนเจือครอบครัวมากขึ้น สอบได้ที่ดีด้วยสิได้ที่สอง ขณะเดียวกัน ก.พ.เขาประกาศสอบไปนอก ก็เลยสอบเวลาใกล้เคียงกัน ได้ทั้งสองอันแต่ไปเป็นผู้พิพากษาก่อนเป็นอยู่เจ็ดเดือน รุ่นเดียวกับ อาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่นที่ 1 แต่ท่านเป็นนักเรียนนอกนักเรียนอังกฤษก็เลยเข้าไปโดยไม่ต้องสอบ ก็มีอยู่สองสามท่านด้วยกัน ปรีชา สุมาวงษ์ แล้วก็ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ตอนเริ่มงานฐานเดียวกันแต่เราต้องยอมรับฟังเขาเพราะว่าเขามีอะไรที่ดีกว่าเรา เขารู้อะไรมากกว่าเขารู้กฎหมายต่างประเทศด้วย ปกติจะต้องอบรมอยู่ปีหนึ่ง แต่ว่า ก.พ.ประกาศผลก่อนว่าสอบได้ สอบได้ที่ดีด้วยก็ต้องตัดสินใจว่าจะเอาหรือไม่ ก็เลยไปหารือท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ตอนนั้นท่านเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปหารือท่าน ท่านว่าอันนี้คุณต้องตัดสินใจเอง อาจารย์ถามท่านว่าถ้าผมไปแล้วจะกลับมาเป็นผู้ช่วยได้อีกหรือไม่ ท่านบอกว่าไม่ได้คุณต้องโอนกลับไปเพราะเป็นทุนของกรมอัยการ ก็ต้องโอนกลับไปที่อัยการเพื่อรับทุน
อยู่เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาแค่เจ็ดเดือน แต่ก็สนิทกับอาจารย์ธานินทร์ เพราะเป็นรุ่นเดียวกัน อบรมด้วยกันทุกวัน แล้วก็เป็นรุ่นที่หนึ่งรุ่นที่กระทรวงเขายกย่อง อาจารย์สัญญาเขายกย่องแล้วเราก็ได้ที่สองด้วย
ก่อนหน้านี้ไม่มีระบบการสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา ก็ต้องเป็นทนาย หรือจ่าศาล หรืออัยการ สี่ปีจึงจะมาสอบเป็นผู้พิพากษา ต่อมาเขาเลิกระบบนี้ มาเป็นผู้ช่วยก่อน
ก็ที่อยากไปเมืองนอกเพราะว่าเราไม่เคยไปและไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ไป พ่อเป็นข้าราชการนะไม่มีโอกาสที่จะส่งไปนอกได้ ตอนนั้นอาจารย์แต่งงานมีลูกแล้ว ทั้งกังวล [...]
อัยการเมืองแพร่
จากหนังสือ “ครูของคนดี” ตอนที่ 6
พออาจารย์มาอยู่ที่แพร่ต้องว่าคดีทุกวัน จันทร์ถึงเสาร์ สมัยนั้นวันเสาร์เปิดครึ่งวัน อาจารย์ทำงานหนักมาก มีความเกือบทุกวัน จึงเริ่มทำให้อาจารย์มีความชำนาญในเรื่องการว่าความมากขึ้น รู้ว่าควรถามอะไร ไม่ควรถามอะไร เลยทำให้มีความมั่นใจขึ้นมาเรื่อย ๆ มีคดีหนึ่งซึ่งเป็นคดีดังในช่วงนั้น เป็นคดีปล้นเงินคลัง 7 ล้านบาท ผู้ต้องหาในคดีมีผู้ช่วยคลังจังหวัด มีตำรวจยศจ่า โดยใช้ตำรวจส่วนกลางจับได้ และให้การรับสารภาพ เรื่องวิธีการสอบสวนของตำรวจเขาก็ดีเหมือนกัน มีอยู่รายหนึ่งจับไป เขาถามว่า เอาเงินของกลางไปซ่อนไว้ที่ไหน เพราะมีคนบอกว่า อยู่ในความครอบครอง คนหนึ่งไม่มีการตอบ จึงได้แยกผู้ต้องหาออก พาคนหนึ่งออกจากห้อง แล้วก็มีการสอบสวนต่อไป สักพักหนึ่งมีเสียงปืนดังขึ้น ตำรวจบอกว่าถ้าไม่รับเดี๋ยวจะเจ็บตัว อย่างคนที่แยกไป ปรากฏว่าผู้ต้องหาคนนี้รีบบอกว่าเงินซ่อนอยู่ที่ไหน จริง ๆ เสียงปืนที่ดัง เป็นการยิงขู่เฉย ๆ เพื่อให้กลัว อันนี้ตำรวจเขามาเล่าให้ฟังทีหลัง มันชี้เลยครับว่าเงินอยู่ที่ไหน พอยื่นฟ้องไปแล้ว ปรากฏว่าญาติของพยานมาหา บอกว่าผมต้องกลับคำครับท่านอัยการ ไม่อย่างนั้นผมตาย ซึ่งผู้ที่กระทำความผิดเป็นผู้อิทธิพลในท้องถิ่นทั้งนั้น บอกว่าผมจำเป็นต้องกลับคำ ไม่อย่างนั้นผมตาย พยานเขาบอกว่าเขาขอต่อรองว่า จะรับสารภาพในข้อหาเบาให้ถอนฟ้องในข้อหาหนัก อัยการจังหวัดก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้ต้องเข้ามาหารืออธิบดีอัยการที่กรุงเทพฯ ซึ่งอธิบดีอัยการก็บอกว่ายอมไม่ได้ เพราะว่าคดีเป็นการเอาเงินหลวงไป
ตอนไปอยู่ที่แพร่ [...]
จุดเปลี่ยนผ่านสู่นักกฎหมายของรัฐ
จากหนังสือ “ครูของคนดี” ตอนที่ 5
อาจารย์คนึงสอบเข้ารับราชการในกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทยได้อันดันที่ 1 พ.ศ. 2490 ต้องรอเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภาอีก เดือน เพื่อจะได้รับการบรรจุเป็นอัยการ
วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2490 ได้รับคำสั่งของ ก.มท. ที่…..บรรจุนายคนึง ฦาไชย ธรรมศาสตร์บัณฑิต ข้าราชการพลเรียนชั้นจัตวา อัยยการฝึกหัดกองคดี เป็นข้าราชการพลเรือนชั้นตรี ให้ได้รับเงินเดือนอันดับ 4เดือนละ 110 บาท และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยชั้นตรี กองคดี ในช่วงนี้มีเหตุการเด่นคือเรื่องที่ต้องไปว่าความแทนเจ้าของสำนวนแล้วผลของคดียกฟ้อง และต้องอบรมตามกำหนดของกรมอัยการ 13 เดือน
อาจารย์ของอาจารย์
จากหนังสือ “ครูของคนดี” ตอนที่ 4
ศาสตราจารย์ ดร. หยุด แสงอุทัย เกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2451 สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนมัธยมโฆษิตสโมสร เนติบัณฑิตไทยจากโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม สำเร็จดอกเตอร์กฎหมายเยอรมันขั้นเกียรตินิยมชั้นสูง (Magna Cumlaude) จากมหาวิทยาลัยเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ในอดีตท่านเคยรับราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรรมการร่างกฎหมาย จนกระทั่งถึงปี 2511 จึงเกษียณอายุราชการ
เมื่อเข้าเรียนในธรรมศาสตร์
จากหนังสือ “ครูของคนดี” ตอนที่ 3
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477 โดยมีชื่อเมื่อเริ่มก่อตั้งว่า “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง” (มธก.) มหาวิทยาลัยนี้ถือกำเนิดมาจากความคิดริเริ่มของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น) โดยเล็งเห็นว่าการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ขณะนั้นมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียว เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยใน พ.ศ.2475 ประเทศชาติ มีความจำเป็นต้องมีบุคคลที่มีความรู้ ทางกฎหมาย การปกครอง และสังคม มารับใช้ประเทศชาติโดยด่วน จึงได้เสนอร่าง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และ การเมือง พ.ศ.2476 เพื่อเปิดสอนในวิชาแขนงดังกล่าว เมื่อพระราชบัญญัติผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ได้มีพิธี เปิดมหาวิทยาลัยขึ้น เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477